สูตร ฟังก์ชั่น และการใช้งาน Excel ฉบับ Advanced


ISBN: 978-974-9742-31-0
ผู้เขียน : นันทนี แขวงโสภา
ประเภทหนังสือ: Microsoft Office

319.00 บ.
สมาชิก 255.20 บ.
สินค้าหมดชั่วคราว

Information


ขนาด:                     17x22 ซม.
จำนวนหน้า:              512 หน้า
ครั้งที่พิมพ์:               ครั้งที่ 4
ลักษณะพิเศษ:            พิมพ์ 4 สีตลอดเล่ม
                                 พร้อม CD 1 แผ่น (วีดีโอสอนและไฟล์ตัวอย่าง)
ระดับความยากง่าย:
  ผู้เริ่มต้นจนถึงระดับกลาง
ผู้จัดจำหน่าย:           บริษัท ดวงกมลสมัย จำกัด

เนื้อหาโดยย่อ


        ตัวอย่างการนำเสนอสูตรและฟังก์ชั่นมาประยุกต์ใช้งานอย่างหลากหลายและสามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน การคิดค่าเสื่อมราคาวิธีต่างๆ ทั้งแบบต้นปีและระหว่างปี การติดตามและควบคุมสต๊อกสินค้า การคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (EOQ) การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของกระแสเงินสด การทำปฏิทินประจำปีแบบต่างๆ (Calendar) การทำปฏิทินระยะเวลาดำเนินงานโครงการ (Gantt Chart) และอื่นๆ อีกมากมาย

 
 
สารบัญ   
** คลิกที่ชื่อบทเพื่อเปิด/ปิดหัวข้อย่อย


 รูปแบบการคำนวณใน Excel
  การคำนวณแบบอัตโนมัติ
  การคำนวณโดยใช้สูตรที่สร้างเอง (Formula)
  การคำนวณโดยใช้สูตรสำเร็จหรือฟังก์ชั่น (Function)
 รู้จักกับโครงสร้างของสูตร
  องค์ประกอบของสูตร
 ตัวดำเนินการที่ใช้ในสูตร
  ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operator)
  ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ (Comparison Operator)
  ตัวดำเนินการข้อความ (Text Operator)
  ตัวดำเนินการอ้างอิง (Reference Operator)
  ลำดับการทำงานของตัวดำเนินการ (Operator Precedence)
 รู้จักกับรูปแบบการแสดงตำแหน่งเซลในเวิร์กชีต
 วิธีใส่สูตรคำนวณในเซล
  ข้อกำหนดในการใส่สูตร
  การใส่ตำแหน่งเซลอ้างอิงในสูตร
 วิธีแก้ไขสูตร
  แก้ไขที่เซลสูตร
  แก้ไขที่แถบสูตร
 รูปแบบการอ้างอิงเซลในสูตร
  อ้างอิงเซลแบบสัมพัทธ์ (Relative Reference)
  อ้างอิงเซลแบบสัมบูรณ์ (Absolute Reference)
  อ้างอิงเซลแบบผสม (Mixed Reference)
 การอ้างอิงเซลจากเวิร์กชีต/เวิร์กบุ๊คอื่น
  อ้างอิงเซลของเวิร์กชีตอื่นในเวิร์กบุ๊คเดียวกัน
  อ้างอิงเซลของเวิร์กชีตที่อยู่ในเวิร์กบุ๊คอื่น
 การปรับปรุงลิงค์ข้ามเวิร์กบุ๊ค
  ปรับปรุงลิงค์ด้วยคำสั่ง Edit(Links?
 วิธีเปลี่ยนโหมดการคำนวณในเวิร์กชีต
 การคัดลอกสูตรโดยไม่เปลี่ยนตำแหน่งเซลอ้างอิง
 การคัดลอกเฉพาะผลลัพธ์ที่ได้จากสูตร
 คำนวณผลลัพธ์เฉพาะบางส่วนของสูตร
 วิธีแสดงสูตรในเซล
 การซ่อนและป้องกันการแก้ไขสูตร
  วิธีซ่อน/ป้องกันเซลสูตรทั้งหมด
  วิธีซ่อน/ป้องกันเฉพาะบางเซลสูตร
 ค้นหาค่าตัวแปรจากผลลัพธ์ด้วยคำสั่ง Goal Seek
 นำฟังก์ชั่นพื้นฐานมาใช้ในสูตรด้วยปุ่ม AutoSum
 ตรวจสอบข้อผิดพลาดของสูตรด้วย Formula Error Checker
  ข้อผิดพลาด (Error) ลักษณะต่างๆ และแนวทางแก้ไข
  กำหนดความสามารถในการตรวจสอบข้อผิดพลาดให้กับ Error Checker
 ตรวจสอบการทำงานของสูตรด้วย Formula Auditing
  ปุ่มต่างๆบนแถบเครื่องมือ Formula Auditing
  ค้นหาตำแหน่งเซลที่อ้างอิงในสูตรด้วย Trace Precedents
  ค้นหาสูตรอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสูตรนี้ด้วย Trace Dependents
  ค้นหาความผิดพลาดของสูตรด้วย Trace Error
  ตรวจสอบผลลัพธ์แบบทีละขั้นด้วย Evaluate Formula
  วงรอบข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขด้วย Circle Invalid Data
  ตรวจสอบสูตรและผลลัพธ์ใน Watch Window
 การอ้างอิงแบบวงกลม (Circular Reference)
  การทำงานของทูลบาร์ Circlular Reference
  การสร้างสูตรให้ทำงานแบบ Iteration
 สรุป
 

 ข้อดีของการอ้างอิงด้วยชื่อช่วงเซล
 กฎการตั้งชื่อช่วงเซล
 ตั้งชื่อช่วงเซลในระดับเวิร์กบุ๊ค (Workbook-Level Names)
  วิธีที่ 1 ตั้งชื่อโดยใช้คำสั่ง Insert(Name(Define?
  วิธีที่ 2 ตั้งชื่อโดยใช้ Name Box
  ข้อควรจำสำหรับการตั้งชื่อช่วงเซลที่ใช้การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์หรือแบบผสม
 ตั้งชื่อช่วงเซลในระดับเวิร์กชีต (Worksheet-Level Names)
 ตั้งชื่อช่วงเซลที่ไม่ต่อเนื่องกัน
 ตั้งชื่อจากข้อความนอกช่วงเซล
 ตั้งชื่อช่วงเซลแบบ 3-D
  คลิกเลือกตำแหน่งช่วงเซลจากเวิร์กชีต
 ตั้งชื่อค่าคงที่แบบปกติ (Normal Constants)
 ตั้งชื่อค่าคงที่แบบอาร์เรย์ (Array Constants)
  อาร์เรย์แบบ 1 มิติ (One-Dimensional Arrays)
  อาร์เรย์แบบ 2 มิติ (Two-Dimensional Arrays)
  ข้อกำหนดในการใช้งานค่าคงที่แบบอาร์เรย์
  ตัวอย่างการใช้ค่าคงที่แบบอาร์เรย์ในสูตรปกติ
  วิธีนำค่าคงที่แบบอาร์เรย์มาเก็บในเซล
  วิธีตั้งชื่อให้กับค่าคงที่แบบอาร์เรย์
 การเคลื่อนที่ไปยังช่วงเซลที่ถูกตั้งชื่อ
  เคลื่อนที่โดยใช้ Name Box
  เคลื่อนที่โดยใช้คำสั่ง Edit(Go To?
 นำชื่อช่วงเซลมาแก้ไขตำแหน่งอ้างอิงใหม่
 ลบชื่อช่วงเซลโดยไม่ลบข้อมูล
 เปลี่ยนชื่อช่วงเซล
 สร้างลิสต์แสดงรายชื่อช่วงเซลไว้ในเวิร์กชีต
 นำชื่อช่วงเซลมาใช้ในสูตรที่สร้างใหม่
  อ้างอิงชื่อช่วงเซลในระดับเวิร์กชีต
  อ้างอิงชื่อช่วงเซลในระดับเวิร์กบุ๊ค
 การใช้ตัวดำเนินการอ้างอิงร่วมกับชื่อช่วงเซล
  อ้างอิงเซลที่ตำแหน่งซ้ำกันในทุกช่วงเซล (Intersection Operator)
  อ้างอิงเซลแบบเป็นช่วง (Range Operator)
  อ้างอิงเซลทั้งหมดในทุกช่วงเซล (Union Operator)
 ทำให้ชื่อช่วงเซลในสูตรกลับมาแสดงตำแหน่งเซล
 นำชื่อช่วงเซลมาแทนที่ตำแหน่งเซลในสูตรที่สร้างไว้แล้ว
  วิธีที่ 1 ใช้คำสั่ง Edit(Replace?
  วิธีที่ 2 ใช้คำสั่ง Insert(Name(Apply
 ใช้ฟังก์ชั่น INDIRECT อ้างอิงตำแหน่งช่วงเซลให้อยู่กับที่
  การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์
  การอ้างอิงแบบอยู่กับที่
 นำสูตรและฟังก์ชั่นมาตั้งชื่อ
 การปรับปรุงตำแหน่งอ้างอิงช่วงเซลแบบอัตโนมัติ
  วิธีที่ 1 เพิ่มแถว/คอลัมน์ว่างไว้ท้ายสุดของช่วงเซล
  วิธีที่ 2 ตั้งชื่อช่วงเซลแบบทั้งแถวและทั้งคอลัมน์
  วิธีที่ 3 ใช้ฟังก์ชั่น OFFSET และ COUNTA กำหนดช่วงเซลแบบ dynamic
 ปัญหาที่เกิดจากการคัดลอก/ลบเวิร์กชีต
  กรณีลบเวิร์กชีตออกจากเวิร์กบุ๊ค
  กรณีคัดลอกเวิร์กชีตภายในเวิร์กบุ๊ค
  กรณีคัดลอกเวิร์กชีตไปเวิร์กบุ๊คอื่นๆ
 สรุป
 

 รู้จักกับสูตรอาร์เรย์
  สูตรอาร์เรย์ที่ให้ผลลัพธ์มากกว่า 1 เซล
  สูตรอาร์เรย์ที่ให้ผลลัพธ์เพียงเซลเดียว
  ข้อกำหนดในการสร้างสูตรอาร์เรย์
  ข้อดีของการใช้สูตรอาร์เรย์
  ข้อควรระวังในการใช้สูตรอาร์เรย์
 วิธีใส่สูตรอาร์เรย์
  สูตรอาร์เรย์ที่ให้ผลลัพธ์มากกว่า 1 เซล
  สูตรอาร์เรย์ที่ให้ผลลัพธ์เพียงเซลเดียว
 วิธีแก้ไขสูตรอาร์เรย์
 การลบสูตรแบบอาร์เรย์
 สรุปวิธีสร้างและแก้ไขสูตรอาร์เรย์
 การเพิ่ม/ลดขนาดช่วงเซลที่เก็บสูตรอาร์เรย์
 แสดงช่วงเซลที่เก็บสูตรอาร์เรย์
 เปลี่ยนสูตรให้เป็นค่าคงที่แบบอาร์เรย์
 การใช้ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ในสูตรอาร์เรย์
  นำตัวดำเนินการ + - * / มาหาผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์
  นำตัวดำเนินการ * และ + มาใช้แทนฟังก์ชั่น AND และ OR
 ตัวอย่างการใช้งานสูตรอาร์เรย์ร่วมกับฟังก์ชั่นต่างๆ
  ตัวอย่างที่ 1 : นับจำนวนและแสดงข้อมูลไม่ซ้ำกัน
  ตัวอย่างที่ 2 : สร้างตาราง Crosstab สรุปยอดขายสินค้าแยกตามวันที่และหมวดสินค้า
  ตัวอย่างที่ 3 : หาผลรวมของข้อมูลแบบกำหนดเงื่อนไข
  ตัวอย่างที่ 4 : ดึงข้อมูลที่ไม่ใช่ค่าว่างออกจากชุดข้อมูล
  ตัวอย่างที่ 5 : เรียงลำดับข้อมูลแบบ Dynamic
  ตัวอย่างที่ 6 : การคำนวณเกี่ยวกับเวลา
 สรุป
 

 โครงสร้างของฟังก์ชั่น
  ข้อกำหนดในการใช้งานฟังก์ชั่น
 ประเภทของฟังก์ชั่น
 การเรียกใช้ฟังก์ชั่น
  วิธีที่ 1 พิมพ์ฟังก์ชั่นลงในสูตรด้วยตัวเองทั้งหมด
  วิธีที่ 2 ใส่ฟังก์ชั่นลงในสูตรด้วยปุ่ม Error! Objects cannot be created from editing field codes. Insert Function
  วิธีที่ 3 ใส่ฟังก์ชั่นด้วยปุ่ม  AutoSum
  วิธีที่ 4 เลือกฟังก์ชั่นที่เคยถูกเรียกใช้จาก Name Box
 รู้จักกับ Analysis ToolPak
  วิธีติดตั้ง Analysis ToolPak
  วิธีเรียกใช้ Analysis ToolPak
 สรุป

 คำศัพท์ที่ควรทราบ
 ฟังก์ชั่นคำนวณหามูลค่าทางการเงิน
  ฟังก์ชั่น FV
  ฟังก์ชั่น NPV
  ฟังก์ชั่น PV
 ฟังก์ชั่นคำนวณหาอัตราดอกเบี้ย
  ฟังก์ชั่น IPMT
  ฟังก์ชั่น ISPMT
  ฟังก์ชั่น NPER
  ฟังก์ชั่น PMT
  ฟังก์ชั่น PPMT
  ฟังก์ชั่น RATE
 ฟังก์ชั่นคำนวณหาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
  ฟังก์ชั่น IRR
  ฟังก์ชั่น MIRR
 ฟังก์ชั่นคำนวณค่าเสื่อมราคา
  ฟังก์ชั่น DB
  ฟังก์ชั่น DDB
  ฟังก์ชั่น SLN
  ฟังก์ชั่น SYD
  ฟังก์ชั่น VDB
 สรุป

 ระบบวันที่และเวลาใน Excel
 ฟังก์ชั่นแปลงข้อมูลให้เป็นวันที่ เวลา และเลขลำดับ
  ฟังก์ชั่น DATE
  ฟังก์ชั่น DATEVALUE
  ฟังก์ชั่น TIME
  ฟังก์ชั่น TIMEVALUE
 ฟังก์ชั่นแปลงข้อมูลให้เป็นตัวเลขที่เกี่ยวกับวันที่และเวลา
  ฟังก์ชั่น YEAR
  ฟังก์ชั่น MONTH
  ฟังก์ชั่น DAY
  ฟังก์ชั่น WEEKDAY
  ฟังก์ชั่น HOUR
  ฟังก์ชั่น MINUTE
  ฟังก์ชั่น SECOND
  ฟังก์ชั่น DAYS360
 ฟังก์ชั่นแสดงวันที่และเวลาปัจจุบันของระบบ
  ฟังก์ชั่น NOW
  ฟังก์ชั่น TODAY
 ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ฟังก์ชั่นวันที่และเวลา
  ตัวอย่างที่ 1 ให้ของขวัญเพื่อนๆตามสีประจำวันเกิด
  ตัวอย่างที่ 2 วันนี้มีใครมาทำงานสายหรือกลับบ้านก่อนเวลาบ้าง
 สรุป

 ฟังก์ชั่นคำนวณค่าผลรวม
  ฟังก์ชั่น SUM
  ฟังก์ชั่น SUMIF
  ฟังก์ชั่น SUMPRODUCT
  ฟังก์ชั่น SUMSQ
  ฟังก์ชั่น SUMX2MY2
  ฟังก์ชั่น SUMX2PY2
  ฟังก์ชั่น SUMXMY2
  ฟังก์ชั่น SUBTOTAL
 ฟังก์ชั่นส่งกลับค่าของตัวเลขและเครื่องหมาย
  ฟังก์ชั่น ABS
  ฟังก์ชั่น SIGN
 ฟังก์ชั่นจำนวนเต็มและปัดเศษทศนิยม
  ฟังก์ชั่น CEILING
  ฟังก์ชั่น EVEN
  ฟังก์ชั่น FLOOR
  ฟังก์ชั่น INT
  ฟังก์ชั่น ODD
  ฟังก์ชั่น ROUND
  ฟังก์ชั่น ROUNDDOWN
  ฟังก์ชั่น ROUNDUP
  ฟังก์ชั่น TRUNC
 ฟังก์ชั่นคำนวณทางคณิตศาสตร์
  ฟังก์ชั่น COMBIN
  ฟังก์ชั่น EXP
  ฟังก์ชั่น FACT
  ฟังก์ชั่น LN
  ฟังก์ชั่น LOG
  ฟังก์ชั่น LOG10
  ฟังก์ชั่น MDETERM
  ฟังก์ชั่น MINVERSE
  ฟังก์ชั่น MMULT
  ฟังก์ชั่น MOD
  ฟังก์ชั่น POWER
  ฟังก์ชั่น PRODUCT
  ฟังก์ชั่น RAND
  ฟังก์ชั่น ROMAN
  ฟังก์ชั่น SQRT
 ฟังก์ชั่นตรีโกณมิติ
  ฟังก์ชั่น ACOS
  ฟังก์ชั่น ACOSH
  ฟังก์ชั่น ASIN
  ฟังก์ชั่น ASINH
  ฟังก์ชั่น ATAN
  ฟังก์ชั่น ATAN2
  ฟังก์ชั่น ATANH
  ฟังก์ชั่น COS
  ฟังก์ชั่น COSH
  ฟังก์ชั่น DEGREES
  ฟังก์ชั่น PI
  ฟังก์ชั่น RADIANS
  ฟังก์ชั่น SIN
  ฟังก์ชั่น SINH
  ฟังก์ชั่น TAN
  ฟังก์ชั่น TANH
 สรุป

 ฟังก์ชั่นหาค่าเฉลี่ยและค่าตัวกลางต่างๆ
  ฟังก์ชั่น AVERAGE
  ฟังก์ชั่น AVERAGEA
  ฟังก์ชั่น GEOMEAN
  ฟังก์ชั่น HARMEAN
  ฟังก์ชั่น MEDIAN
  ฟังก์ชั่น MODE
 ฟังก์ชั่นการนับจำนวนข้อมูล
  ฟังก์ชั่น COUNT
  ฟังก์ชั่น COUNTA
  ฟังก์ชั่น COUNTIF
 ฟังก์ชั่นจัดลำดับข้อมูล
  ฟังก์ชั่น LARGE
  ฟังก์ชั่น MAX
  ฟังก์ชั่น MIN
  ฟังก์ชั่น PERCENTILE
  ฟังก์ชั่น PERCENTRANK
  ฟังก์ชั่น RANK
  ฟังก์ชั่น SMALL
 ฟังก์ชั่นวัดการกระจายของข้อมูล
  ฟังก์ชั่น AVEDEV
  ฟังก์ชั่น STDEV
  ฟังก์ชั่น STDEVP
  ฟังก์ชั่น VAR
  ฟังก์ชั่น VARP
 ฟังก์ชั่นการแจกแจงความน่าจะเป็น
  ฟังก์ชั่น BINOMDIST
  ฟังก์ชั่น HYPGEOMDIST
  ฟังก์ชั่น NORMDIST
  ฟังก์ชั่น POISSON
 ฟังก์ชั่นวิเคราะห์สมการเชิงเส้นและค่าสหสัมพันธ์
  ฟังก์ชั่น FORECAST
  ฟังก์ชั่น LINEST
  ฟังก์ชั่น INTERCEPT
  ฟังก์ชั่น SLOPE
  ฟังก์ชั่น TREND
  ฟังก์ชั่น PEARSON
 ฟังก์ชั่นอื่นๆ
  ฟังก์ชั่น CONFIDENCE
  ฟังก์ชั่น FREQUENCY
  ฟังก์ชั่น PERMUT
  ฟังก์ชั่น PROB
  ฟังก์ชั่น STANDARDIZE
 สรุป

 ฟังก์ชั่นที่ใช้ค้นหาข้อมูล
  ฟังก์ชั่น CHOOSE
  ฟังก์ชั่น GETPIVOTDATA
  ฟังก์ชั่น HLOOKUP
  ฟังก์ชั่น INDEX
  ฟังก์ชั่น LOOKUP
  ฟังก์ชั่น MATCH
  ฟังก์ชั่น VLOOKUP
 ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการอ้างอิงตำแหน่งข้อมูล
  ฟังก์ชั่น ADDRESS
  ฟังก์ชั่น AREAS
  ฟังก์ชั่น COLUMN
  ฟังก์ชั่น COLUMNS
  ฟังก์ชั่น HYPERLINK
  ฟังก์ชั่น INDIRECT
  ฟังก์ชั่น OFFSET
  ฟังก์ชั่น ROW
  ฟังก์ชั่น ROWS
  ฟังก์ชั่น TRANSPOSE
 สรุป

 โครงสร้างของฐานข้อมูล
  ฟังก์ชั่น DAVERAGE
  ฟังก์ชั่น DCOUNT
  ฟังก์ชั่น DCOUNTA
  ฟังก์ชั่น DGET
  ฟังก์ชั่น DMAX
  ฟังก์ชั่น DMIN
  ฟังก์ชั่น DPRODUCT
  ฟังก์ชั่น DSTDEV
  ฟังก์ชั่น DSTDEVP
  ฟังก์ชั่น DSUM
  ฟังก์ชั่น DVAR
  ฟังก์ชั่น DVARP
 สรุป

 ฟังก์ชั่นแปลงตัวเลขและข้อความ
  ฟังก์ชั่น BAHTTEXT
  ฟังก์ชั่น CHAR
  ฟังก์ชั่น CODE
  ฟังก์ชั่น DOLLAR
  ฟังก์ชั่น FIXED
  ฟังก์ชั่น LOWER
  ฟังก์ชั่น UPPER
  ฟังก์ชั่น PROPER
  ฟังก์ชั่น TEXT
  ฟังก์ชั่น VALUE
 ฟังก์ชั่นค้นหาและแทนที่ข้อความ
  ฟังก์ชั่น FIND
  ฟังก์ชั่น REPLACE
  ฟังก์ชั่น SEARCH
  ฟังก์ชั่น SUBSTITUTE
 ฟังก์ชั่นที่ใช้ดึงอักขระบางส่วนออกจากข้อความ
  ฟังก์ชั่น LEFT
  ฟังก์ชั่น MID
  ฟังก์ชั่น RIGHT
 ฟังก์ชั่นอื่นๆ
  ฟังก์ชั่น CLEAN
  ฟังก์ชั่น CONCATENATE
  ฟังก์ชั่น EXACT
  ฟังก์ชั่น LEN
  ฟังก์ชั่น REPT
  ฟังก์ชั่น T
  ฟังก์ชั่น TRIM
 สรุป

  ฟังก์ชั่น AND
  ฟังก์ชั่น FALSE
  ฟังก์ชั่น IF
  ฟังก์ชั่น NOT
  ฟังก์ชั่น OR
  ฟังก์ชั่น TRUE

 ฟังก์ชั่นตรวจสอบชนิดข้อมูล
  ฟังก์ชั่น ISBLANK
  ฟังก์ชั่น ISLOGICAL
  ฟังก์ชั่น ISNONTEXT
  ฟังก์ชั่น ISNUMBER
  ฟังก์ชั่น ISREF
  ฟังก์ชั่น ISTEXT
  ฟังก์ชั่น TYPE
 ฟังก์ชั่นแสดงข้อมูลการทำงานและตรวจสอบข้อผิดพลาด
  ฟังก์ชั่น CELL
  ฟังก์ชั่น ERROR.TYPE
  ฟังก์ชั่น INFO
  ฟังก์ชั่น ISERR
  ฟังก์ชั่น ISERROR
  ฟังก์ชั่น ISNA
  ฟังก์ชั่น N
  ฟังก์ชั่น NA
 สรุป

 ตัวอย่างที่ 1 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91) 
  ขั้นตอนการสร้าง
  ตัวอย่างการคำนวณภาษีของคู่สมรสแยกคำนวณ
 ตัวอย่างที่ 2 จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้พนักงาน
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่างที่ 3 วางแผนออมเงินระยะยาว
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่างที่ 4 คำนวณยอดจ่ายชำระคืนเงินกู้
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่างที่ 5 ตั้งราคาสินค้าให้ลงท้ายด้วยเลข 0, 5, 9 และเศษสตางค์ทอนได้
  ตั้งราคาให้ใกล้เคียงกับราคาฐาน
  ตั้งราคาให้สูงกว่าราคาฐาน
  ตั้งราคาให้ลงท้ายด้วยเศษสตางค์ที่ทอนได้
 ตัวอย่างที่ 6 นำข้อมูลชื่อ-นามสกุลมาจัดรูปแบบใหม่ 
  เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ
  แยกคำนำหน้าชื่อ ชื่อ และนามสกุลออกจากกัน
  ปรับช่องว่างระหว่างชื่อและนามสกุล
 ตัวอย่างที่ 7 สร้างปฏิทินประจำปี 
  ปฏิทินแนวนอน (สูตรปกติ)
  ปฏิทินแนวนอน (สูตรอาร์เรย์)
  ปฏิทินแนวตั้ง
 ตัวอย่างที่ 8 ทำใบส่งสินค้า/ใบแจ้งหนี้ 
  ขั้นตอนการสร้าง
  เตรียมข้อมูลไว้ทำรายงานวิเคราะห์อายุลูกหนี้
 ตัวอย่างที่ 9 สร้างตารางวิเคราะห์อายุลูกหนี้ 
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่างที่ 10 จ่ายค่าล่วงเวลาให้พนักงาน 
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่างที่ 11 ตัดเกรดคะแนนสอบ 
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่างที่ 12 สร้างบัญชีรายรับ-รายจ่าย
  บัญชีรายรับ-รายจ่ายแบบที่ 1
  บัญชีรายรับ-รายจ่ายแบบที่ 2
 ตัวอย่างที่ 13 ตารางค่าเสื่อมราคา 
  คิดค่าเสื่อมราคาโดยเริ่มตั้งแต่ต้นปีแรก
  คิดค่าเสื่อมราคาระหว่างปี
 ตัวอย่าง 14 : วิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-Even Analysis) 
  ตัวอย่างการวิเคราะห์
 ตัวอย่าง 15 : ติดตามและควบคุมสต็อกสินค้า
  วิธีคำนวณหาปริมาณสินค้าที่สั่งซื้อใหม่
 ตัวอย่าง 16 : ปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (EOQ)
 ตัวอย่าง 17 : ตารางประมาณการยอดขาย 24 เดือน
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่าง 18 : สร้างปฎิทินแสดงระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 
  ขั้นตอนการสร้าง
 ตัวอย่าง 19 : วิเคราะห์ความอ่อนไหวของกระแสเงินสด 
 สรุป
 

 1. หาจำนวนวันใน 1 เดือน
 2. หาจำนวนวันที่เหลือใน 1 ปี
 3. สลับตำแหน่งชื่อและนามสกุล
 4. ค้นหาข้อความที่ยาวที่สุดในชุดข้อมูล
  การทำงานของสูตรในเซล F4
 5. ปัดเศษทศนิยมตามเงื่อนไข
 6. ปัดค่าตัวเลขโดยกำหนดจำนวนหลักที่มีนัยสำคัญ
  การทำงานของสูตรในเซล C5
 7. กลับลำดับข้อมูลในชุดข้อมูล
  การทำงานของสูตรในเซล D3:D12
 8. จัดลำดับข้อมูลแบบ Dynamic
  การทำงานของสูตรในเซล C4
 9. เรียงลำดับตัวเลขตามความถี่ของข้อมูล
  การทำงานของสูตรในเซล C4
 10. ใส่เลขลำดับให้กับรายการข้อมูล
 11. นับจำนวนเลขคี่/เลขคู่
  การทำงานของสูตรในเซล E7
 12. นับจำนวนข้อมูลที่เป็นค่าความผิดพลาด
  การทำงานของสูตรในเซล G5
 13. หาค่าผลบวกของข้อมูลที่มีค่าความผิดพลาด
 14. ดึงเฉพาะค่าบวกและศูนย์ออกจากชุดข้อมูล
 15. ดึงข้อมูลตัวแรกที่ไม่ใช่ค่าว่างออกจากชุดข้อมูล
  การทำงานของสูตรในเซล E6
 16. หาค่าผลบวกของเลขแต่ละหลัก
  การทำงานของสูตรในเซล C3
 17. นับจำนวนตัวเลขที่อยู่ระหว่าง 2 ค่าที่กำหนด
  การทำงานของสูตรในเซล E4
 18. หาค่าผลบวกของตัวเลขที่อยู่ระหว่าง 2 ค่าที่กำหนด
 19. หาตัวเลขที่มีค่าใกล้เคียงกับค่าที่กำหนด
  การทำงานของสูตรในเซล D3
 20. หาค่าสูงสุด/ต่ำสุดตามเงื่อนไขที่กำหนด
  การทำงานของสูตรในเซล E5
 21. หาตำแหน่งเซลที่เก็บค่าสูงสุด/ต่ำสุด
  การทำงานของสูตรในเซล H4
  การทำงานของสูตรในเซล H5
 22. หาตำแหน่งข้อมูลที่ต้องการ
  การทำงานของสูตรในเซล H5
 23. หาตำแหน่งแถวข้อมูลที่มีค่าซ้ำกัน
  การทำงานของสูตรในเซล H9
 24. หาค่าสูงสุด/ต่ำสุด N อันดับ
  การทำงานของสูตรในเซล C3:C9
 25. หาผลบวกของค่าสูงสุด/ต่ำสุด N อันดับ
  การทำงานของสูตรในเซล J6
 26. หาค่าผลบวก/ค่าเฉลี่ยของตัวเลขถัดไป N ลำดับ
  การทำงานของสูตรในเซล G6
 27. หาค่าเฉลี่ยโดยไม่รวมค่าศูนย์
  การทำงานของสูตรในเซล G6
 28. เปรียบเทียบข้อมูล 2 ชุด
  การทำงานของสูตรในเซล F5
 29. ดึงตัวเลขจากข้อมูลชุดแรกที่ไม่ซ้ำกับข้อมูลชุดที่สอง
  การทำงานของสูตรในเซล D3
 30. ดึงตัวเลขที่ซ้ำกันในชุดข้อมูลทั้งสอง
 31. ค้นหาข้อมูลจากตารางแบบ 2 ทาง
  การทำงานของสูตรในเซล C11
 32. ส่งกลับค่าสุดท้ายในแถวและคอลัมน์
  การทำงานของสูตรในเซล H4
  การทำงานของสูตรในเซล E10
 33. ใช้ฟังก์ชั่น IF ซ้อนกันมากกว่า 7 ระดับใน 1 สูตร
  ใช้ฟังก์ชั่น CONCATENATE หรือเครื่องหมาย & เชื่อมเงื่อนไข IF
  ใช้การคูณแบบตรรกะเชื่อมเงื่อนไข IF
 สรุป

 เครื่องที่สามารถติดตั้งและใช้งาน Excel 2007
 ขั้นตอนการติดตั้ง Office 2007
 การลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ (Product Activation)
 Microsoft Office Language Pack 2007
  ขั้นตอนการติดตั้ง
  วิธีสลับเมนูไทย-อังกฤษ
 Microsoft Office 2007 Service Pack 1 Pack (สลับเมนูไทย/อังกฤษ)
  สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการติดตั้ง
  ขั้นตอนการติดตั้ง
 สรุป

 ส่วนประกอบของวินโดว์ Excel
 การทำงานของ Ribbon
  แท็บ Home (หน้าแรก)
  แท็บ Insert (แทรก)
  แท็บ Page Layout (เค้าโครงหน้ากระดาษ)
  แท็บ Formulas (สูตร)
  แท็บ Data (ข้อมูล)
  แท็บ Review (ตรวจทาน)
  แท็บ View (มุมมอง)
  การย่อ/ขยายขนาด Ribbon
  เปิดใช้ไดอะล็อกบ็อกซ์ด้วย Dialog Box Launchers
 การทำงานของปุ่ม Office
 ปรับแต่งทูลบาร์ Quick Access
  เพิ่มคำสั่งบนทูลบาร์
  ลบคำสั่งออกจากทูลบาร์
 วิธีสร้างเวิร์กบุ๊ค
  สร้างเวิร์กบุ๊คใหม่ว่างๆ
  สร้างเวิร์กบุ๊คจากเทมเพลตที่ติดตั้งในเครื่อง
  สร้างเวิร์กบุ๊คจากเทมเพลตแบบออนไลน์
 บันทึกไฟล์เวิร์กบุ๊ค
 เปิดใช้ไฟล์เวิร์กบุ๊ค
  วิธีที่ 1 เปิดจาก Recent Documents (เอกสารล่าสุด)
 มุมมองแบบต่างๆ ของเวิร์กบุ๊ค
 นำไฟล์เวิร์กบุ๊คจาก Excel รุ่นเก่ามาใช้ใน Excel 2007
 ปิดไฟล์เวิร์กบุ๊คและโปรแกรม Excel 2007
  ปิดไฟล์โดยไม่ปิดโปรแกรม
  ปิดทั้งไฟล์และโปรแกรม
 เปรียบเทียบข้อกำหนดในการใช้งาน  Excel 2003 และ Excel 2007
 สรุป

 คำสั่งในแท็บ Formulas (สูตร)
 คำสั่งในกลุ่ม Function Library (ไลบรารีฟังก์ชัน)
  ใส่สูตรอย่างรวดเร็วด้วย AutoSum (ผลรวมอัตโนมัติ)
  เรียกใช้ฟังก์ชั่นจากกลุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ
  เรียกใช้ฟังก์ชั่นจากคำสั่ง Insert Function (แทรกฟังก์ชัน)
 คำสั่งในกลุ่ม Defined Names (ชื่อที่กำหนด)
  ตั้งชื่อเซล/ช่วงเซลด้วยคำสั่ง Define Name (กำหนดชื่อ)
  จัดการชื่อเซล/ช่วงเซลด้วยคำสั่ง Name Manager (ตัวจัดการชื่อ)
  นำชื่อเซลมาใช้ในสูตรด้วยคำสั่ง Use in Formula (ใช้ในสูตร)
  ตั้งชื่อจากข้อความนอกช่วงเซลด้วยคำสั่ง Create from Selection (สร้างจากส่วนที่เลือก)
 คำสั่งในกลุ่ม Formula Auditing (ตรวจสอบสูตร)
  แสดงสูตรคำนวณด้วยคำสั่ง Show Formulas (แสดงสูตร)
  ตรวจสอบข้อผิดพลาดของสูตรด้วย Error Checking
  กำหนดเกณฑ์ในการตรวจสอบข้อผิดพลาด
 เปลี่ยนโหมดการคำนวณในเวิร์กชีต
 ย่อ/ขยายแถบสูตร
 สร้างสูตรซ้อนกันได้สูงสุดถึง 64 ระดับ
 สรุป
 

 ฟังก์ชั่นทางด้านคณิตศาสตร์ (Math & Trigonometry)
  ฟังก์ชั่น FACTDOUBLE
  ฟังก์ชั่น SUMIFS
  ฟังก์ชั่นทางด้านสถิติ (Statistics)
  ฟังก์ชั่นทางด้านตรรกศาสตร์ (Logical)
 วิธีติดตั้ง Analysis ToolPak
 วิธีเรียกใช้ Analysis ToolPak
 สรุป